เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมมีโอกาสได้มีโอกาสเข้าไปร่วมบรรยายเรื่อง AI กับงานเภสัชกรรม การประชุมวิชาการ การบูรณาการและความก้าวหน้าทางเภสัชศาสตร์ “Integrative Knowledge and Advance in Pharmacy” ที่คณะเภสัชศาสตร์ธรรมศาสตร์ และได้นั่งฟังการบรรยายต่อในหัวข้อต่อจากผม ซึ่งเป็นหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจมากครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) แต่ไม่ใช่ในมุมของเทคโนโลยีสุดล้ำเพียงอย่างเดียว แต่เป็นมุมที่อาจละที่จะคิดถึง นั่นคือ ข้อควรระวังทางกฎหมายและจริยธรรม โดยเฉพาะมุมมองต่อ งานด้านเภสัชกรรม ครับ วิทยากรในวันนั้นคือ อาจารย์ปรุฬห์ รุจนธำรงค์ จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งท่านเชี่ยวชาญทั้งด้านเภสัชและกฎหมาย ทำให้เนื้อหาน่าติดตามมากครับ

อาจารย์เริ่มด้วยเคสที่ทำให้ผมต้องฉุกคิดตามทันที ลองนึกภาพตามนะครับ: ชายคนหนึ่งมีพฤติกรรมติดเหล้าเรื้อรัง วันหนึ่งเขาล้มป่วยลงและจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ด้วยความที่โรงพยาบาลแออัดมาก ระบบจึงกำหนดให้เขาต้องผ่านการ คัดกรองด้วย AI ก่อน เพื่อประเมินความจำเป็นเร่งด่วน… ฟังถึงตรงนี้ พวกเรามีคำถามอะไรตามมามั๊ยครับ?
- แล้วสิทธิ์ในการเข้าถึงการรักษาของเขาล่ะ? AI มีสิทธิ์ปฏิเสธเขาหรือเปล่า?
- ถ้า AI ประเมินพลาดล่ะ ถ้าคัดกรองผิดพลาดหละ? ใครจะรับผิดชอบ?
- แล้วเรื่องของความเป็นธรรม ความเห็นอกเห็นใจล่ะ? AI มีสิ่งเหล่านี้ไหม?
คำถามเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยนะครับ เพราะ AI กำลังแทรกซึมเข้ามาในทุกวงการ รวมถึงวงการสุขภาพและเภสัชกรรมของเราอย่างรวดเร็ว และนี่คือจุดเริ่มต้นที่เราต้องสำรวจโลกของ AI ในมิติที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษนี้ครับ
แกะรอย “จริยธรรม” ในโลกของ AI: ไม่ใช่แค่เรื่องถูกผิด แต่คือความเป็นมนุษย์
อาจารย์ปรุฬห์ได้กรุยทางให้เราเข้าใจเรื่องจริยธรรมของ AI โดยอิงกับหลักจริยธรรมทางการแพทย์ที่เราคุ้นเคย ซึ่งผมขอสรุปเป็น 5 ประเด็นหลักๆ ที่เราต้องพิจารณาเมื่อนำ AI มาใช้ครับ:
- 🛡️ ความปลอดภัย (Safety / Non-maleficence): ต้องไม่ทำอันตราย
- คำถามคือ: เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่ AI ใช้ประมวลผลนั้นถูกต้อง? อาจารย์เปรียบเทียบได้เห็นภาพมากครับว่า ถ้าข้อมูลเริ่มต้นมันเป็น “ขยะ” (Garbage In) สิ่งที่ AI ประมวลผลออกมาก็ย่อมเป็น “ขยะ” (Garbage Out) ไม่ต่างจากการทำ Systematic Review หรือ Meta-analysis ที่อิงงานวิจัยคุณภาพต่ำ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ย่อมเชื่อถือไม่ได้และอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้
- แล้วปัญหา “AI หลอน” (AI Hallucination) ล่ะ? เรื่องนี้ผมว่าหลายคนคงเคยเจอ อาจารย์ยกตัวอย่างให้นักศึกษาใช้ AI ตอบข้อสอบกฎหมาย แล้วปรากฎว่าได้ชื่อกฎหมายหรือมาตราที่ไม่มีอยู่จริงมาตอบข้อสอบ! นี่คือความน่ากลัวครับ ถ้าเราเชื่อ AI ไปหมดโดยไม่มีวิจารณญาณ (Critical Thinking) อะไรจะเกิดขึ้น? โดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวกับสุขภาพและชีวิตคน ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงอันตรายใหญ่หลวงได้เลยครับ
- ยังไม่รวมถึง: ความสามารถในการจดจำ การแสดงผลที่ตรงตามที่เราต้องการ และที่สำคัญคือ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) ไม่ให้รั่วไหล
- ✅ การคำนึงถึงประโยชน์ (Beneficence): ต้องทำในสิ่งที่ดีที่สุด
- AI อาจให้คำแนะนำได้ก็จริง แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า คำแนะนำนั้นเหมาะสมที่สุด สำหรับผู้ป่วยแต่ละคน ณ เวลานั้นจริงๆ? คนไข้คนนี้ควรได้รับการรักษาแบบไหน? หรือแค่ปรับพฤติกรรมก็พอ?
- AI มีระบบชั่งน้ำหนัก (Weighing) ประโยชน์และความเสี่ยงไหม? นี่เป็นอีกประเด็นที่น่าคิดครับ มันไม่ใช่แค่การคำนวณทางสถิติ แต่เป็นการตัดสินใจที่ซับซ้อน ซึ่งมนุษย์เราใช้ทั้งข้อมูล ประสบการณ์ และสัญชาตญาณประกอบกัน AI ควรเป็นเหมือน ที่ปรึกษาที่ชาญฉลาด ไม่ใช่แค่เครื่องคิดเลขที่ให้คำตอบเดียวครับ
- 👤 การเคารพการตัดสินใจ/อิสรภาพ (Autonomy): มนุษย์ต้องเป็นผู้ตัดสินใจ
- หลักการนี้ชัดเจนครับ ไม่ว่า AI จะเก่งแค่ไหน มนุษย์ต้องเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย (Human in the Loop) ระบบ AI ที่ดีควรเปิดโอกาสให้เรามีทางเลือก และให้เราเป็นคนเคาะว่าจะไปทางไหน AI ควรเป็นเหมือน ผู้ช่วยนักบิน (Co-pilot) ที่ให้ข้อมูลและทางเลือก ไม่ใช่กัปตันที่ตัดสินใจทุกอย่างเอง
- ⚖️ ความยุติธรรม (Justice): ต้องเท่าเทียมและโปร่งใส
- อคติ (Bias) เป็นเรื่องใหญ่มากใน AI ครับ ถ้า AI ถูกฝึกด้วยข้อมูลที่มีอคติ มันก็จะตัดสินใจอย่างมีอคติตามไปด้วย เช่น การตัดสินคนจากรูปลักษณ์ หรือการกีดกันคนบางกลุ่มจากการเข้าถึงบริการ นี่คือสิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง
- ความโปร่งใส (Transparency) ก็สำคัญไม่แพ้กัน เราควรต้องสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า AI ใช้ข้อมูลอะไรในการตัดสินใจ ไม่ใช่ปล่อยให้มันเป็นเหมือน “กล่องดำ” (Black Box) ที่เราไม่เข้าใจกระบวนการข้างในเลย
- 🤫 การรักษาความลับ (Confidentiality): ข้อมูลผู้ป่วยคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์
- นี่คือหลักการพื้นฐานที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยฮิปโปเครติส เมื่อนำ AI มาใช้ คำถามคือ ใครบ้างที่เข้าถึงข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยได้? แล้วข้อมูลเหล่านั้นถูกนำไปใช้อย่างอื่นนอกเหนือจากการรักษาหรือไม่? เช่น การโฆษณา ซึ่งอาจละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างรุนแรง
- ความท้าทายใหม่: การใช้ AI สร้างภาพหรือข้อมูลปลอม (Deepfakes) เช่น สร้างรูปคนมาถือสินค้าโฆษณา หรือที่น่ากังวลกว่าคือการสร้างข้อมูลเท็จทางการแพทย์ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ และเราจะจับได้อย่างไร? มันเหมือนกับเราต้องมี ตู้เซฟที่เชื่อใจได้ ไม่ใช่เปิดตู้เซฟแห่งข้อมูลของเราอ้าซ่าให้ใครก็ได้มาหยิบข้อมูลไปใช้ครับ
AI ในโลกเภสัชกรรม: จากห้องแล็บสู่เคาน์เตอร์จ่ายยา
อาจารย์ปรุฬห์ยังพาเราไปดูตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI ในงานเภสัชกรรมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ซึ่งทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า AI ไม่ใช่เรื่องอนาคตอีกต่อไป แต่มันอยู่กับเราแล้วครับ:
- การวิจัยและพัฒนา (R&D): ตั้งแต่การออกแบบโมเลกุลยาใหม่ การทำนายคุณสมบัติทางเคมีกายภาพ ไปจนถึงการประเมินผลข้างเคียง ซึ่งท้าทายมากว่า อย. จะยอมรับข้อมูลจาก AI ในการขึ้นทะเบียนยาหรือไม่
- การผลิต (Manufacturing): ช่วยตัดสินใจว่าจะผลิตเท่าไหร่ ต้องสำรองวัตถุดิบแค่ไหน
- การขึ้นทะเบียน (Registration): อาจใช้ AI ช่วยอ่านเอกสารเบื้องต้น ลดเวลา แต่คำถามคือ อย.จะยอมให้ใช้ AI เขียนเอกสารขอขึ้นทะเบียนได้ไหม ได้ระดับไหน สามารถใช้ได้ในมุมใด?
- การคัดเลือกยา (Drug Selection): ใช้ AI ประเมินสถานการณ์ระบาดวิทยา เพื่อแนะนำยาที่ควรมีในบัญชียาโรงพยาบาลหรือร้านยา
- การจ่ายยา (Dispensing): มีการใช้ AI ช่วยตรวจสอบเม็ดยาอยู่แล้ว แต่! ห้ามเชื่อ 100% อาจารย์ย้ำเลยครับ เพราะถ้า AI พลาด จ่ายยาผิด หรือยาที่ผู้ป่วยแพ้ ใครรับผิดชอบ? ก็คือเภสัชกรอย่างเรานี่แหละครับ
- การให้คำปรึกษา (Counseling): Chatbots อาจช่วยตอบคำถามเบื้องต้นได้ แต่ต้องระวังเรื่องข้อจำกัดทางกฎหมาย เช่น การแสดงภาพผลิตภัณฑ์อาจเข้าข่ายโฆษณาได้เหมือนกัน
จะเห็นว่า AI มีศักยภาพมหาศาล แต่ในทุกขั้นตอนก็แฝงไว้ด้วยคำถามทางจริยธรรมและกฎหมายที่เราต้องตระหนักอยู่เสมอ
มองผ่านเลนส์กฎหมาย: เมื่อ AI ทำผิด ใครต้องรับผิด?
พอพูดถึงจริยธรรมแล้ว อีกมิติที่แยกกันไม่ออกก็คือ กฎหมาย ครับ อาจารย์ชี้ให้เห็น 4 มุมหลักๆ ที่เราต้องพิจารณา:
- 💡 ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property – IP):
- ใครเป็นเจ้าของผลงานที่ AI สร้าง? ถ้า AI เขียนบทความหรือแต่งเพลง ลิขสิทธิ์เป็นของใคร? คนป้อนคำสั่ง? หรือ AI เอง (ซึ่งปัจจุบันกฎหมายไทยยังไม่ให้สถานะบุคคล)?
- แล้วถ้า AI สองตัวสร้างงานคล้ายกันล่ะ? ใครลอกใคร? หรือถ้า AI ไปลอกงานคนอื่นมาโดยที่เราไม่รู้? เรื่องนี้ท้าทายวงการสร้างสรรค์และวิชาการมากครับ
- 🏛️ ความรับผิดทางแพ่ง (Civil Liability):
- กฎหมาย PL (Product Liability): ถ้าสินค้าที่มี AI (เช่น เครื่องมือแพทย์) ทำงานผิดพลาดจนเกิดความเสียหาย ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย อาจต้องร่วมรับผิดชอบ
- การละเมิด (Tort): เช่น รถยนต์ไร้คนขับที่ควบคุมด้วย AI เกิดอุบัติเหตุ ใครผิด?
- สัญญา (Contract): การใช้ AI สร้างงานบางอย่าง อาจละเมิดข้อตกลงการใช้งาน (Terms of Service) ของผู้ให้บริการ AI เองก็ได้
- 🚨 ความรับผิดทางอาญา (Criminal Liability):
- พรบ. คอมพิวเตอร์: การใช้ AI สร้างข้อมูลเท็จ (Fake News) หรือภาพปลอมแล้วนำเข้าสู่ระบบฯ อาจผิดกฎหมาย
- PDPA: การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่ป้อนให้ AI ต้องรัดกุม ไม่เช่นนั้นอาจมีความผิด
- การปลอมแปลง: อนาคตอาจมีคนใช้ AI ปลอมเอกสารสำคัญ เช่น ใบประกอบวิชาชีพ! เราจะมีวิธีตรวจสอบได้อย่างไร?
- หมิ่นประมาท/สื่อลามก: การใช้ AI สร้างเนื้อหาที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ก็เป็นความเสี่ยง
- 🏢 ความรับผิดทางปกครอง (Administrative Liability):
- หน่วยงานรัฐ เช่น สปสช. อาจกำหนดมาตรฐานการให้บริการ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ (หรือไม่ใช้) AI หากหน่วยบริการไม่ทำตาม ก็อาจมีโทษปรับทางปกครองได้
ที่น่าสนใจคือ อาจารย์ได้ยกตัวอย่าง EU AI Act ซึ่งเป็นแนวทางของสหภาพยุโรปในการควบคุม AI โดยแบ่งตามระดับความเสี่ยง ตั้งแต่ ยอมรับไม่ได้ (ห้ามเด็ดขาด เช่น ระบบให้คะแนนทางสังคม) ไปจนถึง ความเสี่ยงต่ำ (เช่น ระบบกรองสแปม) ซึ่งมีมาตรการควบคุมแตกต่างกันไป และมีบทลงโทษที่รุนแรงมากหากฝ่าฝืน นี่อาจเป็นภาพสะท้อนทิศทางกฎหมายในบ้านเราอนาคตก็ได้ครับ
บทสรุป: ก้าวไปกับ AI อย่างไรให้ “ใช่” และ “ปลอดภัย”
หลังจากฟังบรรยายจบ ผมได้ข้อสรุปสำคัญที่อยากจะแชร์กับพวกเราทุกคนครับ การนำ AI มาใช้ในงานเภสัชกรรมและสุขภาพ ไม่ใช่แค่เรื่องของการมีเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่มันคือการเดินทางที่เราต้องก้าวไปอย่างมี “สติ” และ “วิจารณญาณ”
- AI คือเครื่องมือ: ใช้มันเพื่อสนับสนุนการทำงานของเรา ทำให้เราเก่งขึ้น เร็วขึ้น แต่ไม่ใช่ให้มันมาแทนที่การตัดสินใจที่สำคัญของเรา
- มนุษย์ยังคงเป็นศูนย์กลาง: ไม่ว่าเทคโนโลยีจะไปไกลแค่ไหน การคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ ศักดิ์ศรี และความรู้สึก ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด
- รู้เท่าทันกฎหมายและจริยธรรม: เราต้องตระหนักถึงกรอบกติกา ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและที่เป็นมโนธรรม เพื่อให้การใช้งาน AI ไม่สร้างปัญหามากกว่าประโยชน์
- ออกแบบอย่างมีจริยธรรม (Ethics by Design): ควรคิดถึงประเด็นทางจริยธรรมตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบระบบ ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยมาแก้
- บริหารจัดการความเสี่ยง: ยอมรับว่า AI มีความเสี่ยง และหาวิธีป้องกันหรือลดทอนความเสี่ยงนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ
โลกกำลังหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วด้วยพลังของ AI ครับ การเรียนรู้และปรับตัวเป็นสิ่งจำเป็น แต่เหนือสิ่งอื่นใด การยึดมั่นในหลักการพื้นฐานทางจริยธรรมและกฎหมาย จะเป็นเหมือน เข็มทิศนำทาง ให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอันทรงพลังนี้ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง
ปล.ชมการบรรยายย้อนหลังได้ที่ : https://www.facebook.com/PharmacyThammasat/videos/693402906675132/
